พ่อค้าแม่ขาย ออนไลน์ ฉงน+ปนสงสัย ทำไมเปิดแฟนเพจ facebook ถึงยอดขายไม่ค่อนดี

เพราะ facebook ปรับลด Organic Reach!!!

ไม่ว่าเหตุผลที่ Facebook จะพยายามตอบคำถาม ที่ดูดีสุด ๆ     ว่า

” ต้องการให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับผู้ใช้งาน ซึ่งถ้าผู้ใช้ Facebook มีประสบการณ์ที่ดีในการใช้ Facebook แล้วก็จะส่งผลดีกับธุรกิจต่างๆ ที่ใช้ Facebook ด้วยเช่นกัน ถ้าคนใช้งาน Facebook อย่างต่อเนื่องและมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์บน News Feed แล้ว พวกเขาก็ย่อมมีโอกาสที่จะมีปฏิสัมพันธ์แบบเดียวกันกับคอนเทนต์จากแบรนด์ ต่างๆ เช่นกัน “

          ผมก็เชื่อว่า  คำตอบดังกล่าวเป็นเพียงครึ่งเดียวของ เหตุผลทั้งหมด   ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง ที่เรา ๆ ท่าน ๆ คงทราบดีกันอยู่แล้ว  ก็คือ  facebook ต้องการรายได้จากโฆษณา นั่นเอง ….  ซึ่ง ….

blog-facebood-Organic Reach

 

            มันก็จริงอ่ะนะ ….  ใครจะยอมควักเงินตัวเอง สร้างทีมงาน ซื้อ Server ขนาดมหึมา  เพื่อเปิด facebook เอามาให้คนทั่วโลก ….ใช้ฟรี ๆ

เราลองมาถอดความหมาย ของเหตุผลที่ Facebook แจงมาเป็นท่อน ๆ นะครับ

 

         ” ต้องการให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับผู้ใช้งาน ซึ่งถ้าผู้ใช้ Facebook มีประสบการณ์ที่ดีในการใช้ Facebook แล้วก็จะส่งผลดีกับธุรกิจต่างๆ ”

ผมเข้าใจแบบนี้ครับ     บรรยากาศ News Feed เมื่อสัก 1-2 ปีที่ผ่านมา  ในฐานะที่ผมเป็น user นะครับ ผมค่อนข้างอึดอัด กับเพจ ประเภท แชร์เรื่องราวต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นกระตุ้นการกดไลค์ กดแชร์ และหวังผลให้เกิดการ Like page มากจนเกินไป …  ผมยกตัวอย่าง  เพจที่มีพฤติกรรมบิดเบือนข่าวต่าง ๆ ใส่สีตีไข่ ,  เพจที่มีพฤติกรรมเรียกไลค์เรียกแชร์ จากภาพที่สะเทือนอารมณ์  เช่น  เด็กพิการ…เด็กป่วยยากจน…  เด็กหาย …. ทหารเสียชีวิต … ภาพเหนือธรรมชาติ (ตัดต่อ) …     โดยบางเพจ มีการโปรยหัวชนิดที่ว่า มันเป็นไปไม่ได้เลย ไม่มีข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่า น่าเชื่อถือ ก็คือ   1 ไลค์ บริจาค 5 บาท 1 แชร์ 10 บาท ….     ใครบริจาคครับ ?  มีหลักฐานการมอบเงินมั้ย ?    ไม่มีหรอกครับ  แต่คนก็สนใจไลค์แชร์  อาจจะด้วยอยากทำบุญ  แต่จริง ๆ ไม่ใช่หร๊อก อยากแชร์แค่ เพื่อเป็นเครื่องประดับทางภาพลักษณ์ให้ตนเองในโลกออนไลน์ เสียมากกว่า ….  ( แฮะ แฮะ   ทิ่มแรงไม่มั้ย  )

 

blog-facebood-Organic Reach

เอาล่ะ …. เหตุผลแค่นี้  คือปัญหาใช่หรือไม่ ?    คำตอบคือ ไม่ใช่ทั้งหมด   แต่ปัญหาใหญ่ ที่ Facebook ปรับลด Reach ก็คือ  เพจเหล่านี้ เกือบทั้งหมด สร้างขึ้นมาเพื่อธุรกิจ …    ยังไง ??    เมื่อเพจเหล่านี้ ได้จำนวนแฟนเพจ มากในจำนวนที่พอใจ (หรือมากที่สุด)  ก็ประกาศขายไงครับ  ซึ่งมันผิดกฎข้อตกลงของ facebook นั่นเอง  ครั้นจะระงับเพจ ก็ทำได้ยาก เพราะธุรกิจนี้ มีมากเหลือเกิน และก็ตรวจสอบและหาหลักฐานตัดสินได้ยาก…

มาตรการ  “หนามยอก ต้องเอาหนามบ่ง”  จึงเกินขึ้น ….   เป็นการเตะตัดขา ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย ได้อย่างเจ็บปวด …. ผมจะเล่าให้ฟัง มันเจ็บปวดยังไง …
คำตอบนี้ ผมไปตอบคำถามในกระทู้หนึ่ง ในห้องสีลม ที่ pantip.com   ดังนี้ครับ

 

pantip-ment

 http://pantip.com/topic/33016845/comment4

” หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง “

เมื่อเป้าประสงค์ของเพจที่ผิดกฏนี้ คือ จำนวนแฟนเพจ  facebook ก็ใช้จำนวนแฟนเพจ เป็นตัวจัดการเอง …

พอเข้าใจมั้ยครับ ?  ผมจะอธิบายแบบง่าย ๆ ให้ฟัง

นาย A  สร้างเพจขึ้นมาหนึ่งเพจ     โพสเรียกไลค์เรียกแชร์ ด้วยโพสอะไรก็แล้วแต่ เช่น รูปสาวสวย ๆ ทหารตาย เด็กพิการ  บลา บลา  เมื่อได้จำนวนแฟนเพจขึ้นมาจำนวนหนึ่ง  ( เอาสัก 10,000 คน แล้วกัน )      แล้วประกาศขาย ….

หมายเหตุ >>   ( คุณภาพของแฟนเพจ ซึ่งไม่ต้องบรรยายสรรพคุณหรอกครับ ว่าแฟนที่กดไลค์มาเนี้ย คือใคร กลุ่มไหน ชอบสินค้าอะไร กำลังซื้อเท่าไหร่   เพราะไม่มีครับ กว้างเป็นทะเล เบยยย   หรือบางที แฟนเพจจำนวนหนึ่ง อาจจะไม่มีตัวตนเสียด้วยซ้ำ  )

นาย B  ต้องการมีสร้างแฟนเพจ เพื่อขายสินค้าที่ตัวเองมี  แต่ขี้เกียจเริ่มต้นใหม่  ก็เลยติดต่อขอซื้อกับ นาย A  ในราคา ….. บาท   โดยไม่คำนึงว่า แฟนเพจนี้ ใช่กลุ่มเป้าหมายของตัวเองหรือไม่     เอาแค่คนเยอะ ๆ พอ  แค่หวังว่า คนเหล่านี้จะสนใจสินค้าตนเองบ้างแหละ

วันหนึ่ง …..     facebook ใช้มาตรการ ลดยอด reach  เหลือเฉลี่ย  1-2 % ของยอดแฟนเพจ 10,000 คน

นาย B   โพสขายสินค้า  ปัง !!!!   แฟนเพจจำนวน 10,000 คน   มีคนเห็น 100 คน  !!!!   ( ผมคำนวณแบบให้ 10,000 คนนี้ ออนไลน์ทุกคนเลยนะครับ )

นาย B   อุทาน    ป๊าดดด น้อยนิ ??     แล้วก็ใจสู้  บอกต่อว่า    ”  เอาน่า … 100 คนเห็น ก็ยังดี ….   ( นาย B ไม่ได้คำนึงเลยว่า 100 คนนี้ ประกอบด้วยคนประเภทไหน ใช่กลุ่มเป้าหมายหรือไม่ )

ปรากฏว่า  100  คน นี้ ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายตนเองเลย  มีบ้าง กดไลค์ 2-3 คน แต่ก็ไม่ซื้อ ….

นาย B   นึกในใจ เอาไงดี ?     โพสอะไรที่น่าสนใจมากขึ้น มากกว่าการขายของอย่างเดียว  เผื่อว่ายอด reach จะกระจายไปให้เพื่อน ๆ ของแฟนเห็นได้บ้าง …  หรือหากน่าสนใจจริง ๆ แฟนเพจแชร์ โพส คงจะดีไม่น้อย
>>>>>   ปรากฏว่า 100 คน  ก็ยังไม่สนใจมากขึ้นเท่าไหร่ …  แต่ยอด reach ก็เริ่มขยับ ๆ ขึ้นมาบ้าง

นาย B   ต้องมีแผนอื่น ๆ อีก ปล่อยแบบนี้ ไม่ดีแน่ ๆ   ใช่ !!!  ต้องโปรโมทเพจ โปรโมทโพส

>>>>>   ปรากฏว่า –  การโปรโมทโพส  มีประสิทธิผล  เพียง  เรียกไลค์ จากเพื่อนของแฟนเพจ  …. พอได้นะ ..
–  การโปรโมทเพจ   กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ใหม่  ….  ใช่ มันต้องอย่างนี้

ปัจจุบัน นาย B  มี แฟนเพจ  20,000 คน  ประกอบด้วย 10,000 คน ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย (คือซื้อเพจแถมแฟน)  และ อีก 10,000 คน เป็นกลุ่มเป้าหมายจากโฆษณาและการทำประชาสัมพันธ์ของตัวเอง ….

นาย B  รู้สึกว่า แฟนเพจ 10,000 คนแรกนี้ เป็นตัวถ่วง เพราะ ต้องมาแชร์ ยอด reach ให้ต่ำเตี้ยลงไปอีก   แทนที่จะได้คำนวณจาก 10,000 คนหลัง ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ ถึงแม้จะน้อย แต่เค้าก็สนใจ

นาย B   ถ้าทำได้ นาย B  อยากจะลบ 10,000 คนแรก ใจจะขาด  …    แต่ ทำไม่ได้ …

 

 

แล้วเมื่อเป็นอย่างนี้ เราจะทำอย่างไรล่ะ …..  

|    สร้างแฟนเพจ ด้วยลำแข้งของตัวเองไงครับ จะใช้กลเม็ด กลวิธี หรือ การโฆษณา ก็แล้วแต่ คุณจะได้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้า และสนใจสินค้าของคุณอย่างแท้จริง

มีไลค์เป็นแสน แต่ไม่ใช่  ก็ไร้ค่า    มีแค่พันแต่สนใจ ย่อมได้ผล

win

 ชีวิตในโรงเรียน เราได้รับการสอนบทเรียน ก่อนทำข้อสอบ
แต่ในชีวิตจริงนั้น เราจะต้องทำข้อสอบก่อน จึงจะได้รับบทเรียน

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s